หาดใหญ่


ชื่อหาดใหญ่มาจากไหน?
March 16, 2008, 1:26 am
Filed under: ประวัติ ความเป็นมา | Tags:

HatyaiHatyai

สำหรับที่มาที่ไปของ ชื่อ “หาดใหญ่”
จากคำบอกเล่าของ นายกี่ จิระนคร
ลูกชายคนที่ ๔ ของ “ขุนนิพัทธ์จีนนคร”
ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกสร้างเมืองหาดใหญ่คนแรก
เล่าไว้ว่า ตามที่ทราบมาจากผู้ใหญ่อายุ ๙๐ ปี
ได้เขียนบันทึกไว้ว่า
ชื่อหาดใหญ่มาจากชื่อต้นมะหาด
ซึ่งปกติต้นมะหาดมี ๓ ชนิด
คือ มะหาดขนุน มะหาดน้ำ และมะหาดควน (ไม้แข็ง)
ต้นมะหาดขนุนชอบขึ้นอยู่ตามคลองเตย และที่ปลายถนนสาย ๓
ทางเข้าจันทร์นิเวศน์มีต้นมะหาดขนุนต้นใหญ่มาก
และคลองเตยมีทำนบปิดไว้สำหรับทำนา (ที่ด้านใต้)
คนที่เดินเข้าเดินออกก็จะมานั่งพักใต้ต้นมะหาดขนุน
ส่วนกรณีบอกว่ามาจากชื่อหาดทรายขนาดใหญ่นั้น
นายกี่ บอกว่าหาดทรายนี้ ก็คือ
หาดบริเวณคลองอู่ตะเภาที่หาดใหญ่ใน
ซึ่งขณะนั้นจะมีพ่อค้าจากสงขลา
รวมทั้งพ่อค้าจากตระกุลเลขะกุล ซึ่งเป็นชาวสงขลา
ก็มาค้าขายด้วย และตนก็เคยตามผู้ใหญ่มาทางเรือ
มาพักที่หาดทรายที่ตอนรุ่งเช้าเป็นตลาดนัด
“ความจริงเป็นหาดที่ไม่ใหญ่มาก เพราะอยู่ในคลอง
ข้างๆ ก็เป็นท่าน้ำไม่ใช่เอกลักษณ์โดดเด่น
ที่พอจะเป็นชื่อหาดใหญ่ได้”
Old time Hatyai

สำหรับบ้านหาดใหญ่ นายกี่ ก็บอกว่า ไม่กว้าง
และคนละที่กับโคกเสม็ดชุน แต่มีที่ติดต่อกัน
โดยบ้านหาดใหญ่จะเริ่มจากหลังสถานีรถไฟถึงอุโมงค์
ทุ่งเสา โคกเสม็ดชุน ถัดจากโฆษิตไปทางทิศเหนือ
สมัยก่อนหมอพลับ ที่เป็นเณรติดตามหลวงพ่อปานวัดคลองเรียน
มาสร้างวัดโคกเสม็ดชุน ที่ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดโคกสมานคุณ
ตอนที่จะตั้งชื่อสถานีรถไฟกับชื่ออำเภอ
ทางเทศานครศรีธรรมราชเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง
ให้ความเห็นว่าควรจะใช้ชื่อว่าอะไร
พ่อของนายกี่ จิระนคร (ขุนนิพัทธ์)
ซึ่งติดต่อไปทางปีนังและเปอร์รัก (อิโป) เพื่อทำเหมืองแร่
เวลาพวกเขาติดต่อมาก็ส่งมาในชื่อหาดใหญ่
แล้วจดหมายก็ส่งถึง และน่าจะเป็นเหตุผลหนึ่ง
ประกอบกับ “โคกเสม็ดชุน” สะกดยากกว่าหาดใหญ่
คนต่างประเทศออกเสียงโคกเสม็ดชุนไม่ง่ายเหมือนหาดใหญ่



ประวัติวัดโคกสมานคุณ หาดใหญ่

 

วัดโคกสมานคุณ เดิมเป็นวัดร้าง
ตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
เรียกกันว่า วัดโคกเสม็ดชุน ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่
ประมาณ ๑กิโลเมตร ทางการได้จัดขึ้นทะเบียนผนวกไว้กับที่ดินราชพัสดุ
(สถานที่ราชพัสดุ คือบริเวณบ้านพักตำรวจภูธรและสถานีตำรวจภูธร
และที่ตั้งห้องสมุดประชาชนของเทศบาลนครหาดใหญ่ 
และที่พักคนงานเทศบาลนครหาดใหญ่)
ทราบจากผู้เฒ่าเล่าว่า เป็นวัดร้างมาประมาณ๓๐ปี
เนื้อที่วัดมีรูปคล้ายกงฉากช่างไม้ประมาณ ๒๗ ไร่เศษ
          ในสมัยที่ทางรถไฟย้ายจากสถานีชุมทางอู่ตะเภา
มาตั้งที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ ปัจจุบันนี้พระอุปัชฌาย์ปาน
วัดคลองเรียนของพระเณรที่เดินทางโดยสารรถไฟ
มาลงที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่
ได้เห็นความลำบากในเวลามืดค่ำแล้วต้องเดินทาง
ไปพักที่วัดคลองเรียนบ้าง วัดคลองแหบ้าง
หรือวัดท่าแซบ้าง จึงต้องการที่จะตั้งที่พักสงฆ์
ในบริเวณที่วัดร้างเดิมเพราะมีเสาไม้แก่นเป็นหลักสีมาปรากฎอยู่
เสมือนที่ฝังลูกนิมิตรของวัดทั่วไป
แต่ทางการได้ขึ้นผนวกที่วัดร้างไว้กับที่ดินราชพัสดุ
จึงมีความขัดข้อง  ท่านจึงเดินทางไปพบกับเจ้าคณะจังหวัดสงขลา
เพื่อขอความกรุณา ให้ช่วยเหลือ

          ทางเจ้าคณะจังหวัดสงขลาคือ ท่านเจ้าคุณพระราชเมธี  
(ภายหลังย้ายไปอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯเลื่อนเป็นพระรัตนธัช) 
ท่านเจ้าคุณรับรองว่าจะช่วย โดยถวายพระพร สมเด็จชาย
(กรมหลวงลพบุรีราเมศ อุปราชมณฑลปักษ์ใต้ ในปลายปี พ.ศ. ๒๔๖๕)
ปรากฏว่าได้ผล ทรงมีพระบัญชาให้หลวงทิพย์กำแหงสงคราม
ที่เคยเป็นนายอำเภอมาตั้งแต่อำเภอยังมีชื่อว่า อำเภอเหนือและใต้
เป็นนายอำเภอคนแรกของอำเภอหาดใหญ่ เป็นผู้ประสานงานติดต่อเจ้าหน้าที่
เพื่อแยกที่ดินวัดร้างออกมายกฐานะเป็นวัดมีพระสงฆ์ต่อไป 
(หลวงทิพย์สงคราม ต่อมาเลื่อนเป็นพระเสน่หามนตรี)
พระอุปัชฌาย์ปาน(หรือหลวงพ่อปาน) ได้ชักชวนชาวบ้านใกล้เคียง
มีตำบลคลองแห ตำบลบ้านพรุ ตำบลควนลังเป็นต้น
นำทัพสัมภาระต่างๆมา เพื่อปราบที่

และสร้างศาลาให้เสร็จในวันเดียวพออาศัยอยู่ได้
เพราะความพร้อมเพรียง ของชาวบ้าน
ก็ทำได้สมความปรารถนา ในการกำหนดวันพระอุปัชฌาย์ปาน
ได้เลือกเอาวันอาทิตย์ที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๖
ตรงกับแรม ๘ ค่ำ เดือน ๕ โดยถือตำราโหราศาสตร์ 
ว่าเป็นวันดีทางจันทรคติ (อาทิตย์แปดค่ำ จันทร์ สามค่ำ เป็นต้น)
เป็นวันที่จะเข้ามาอยู่ที่วัด ซึ่งในพรรษาแรกมีพระภิกษุ ๕ รูป
สามเณร ๓ รูป รวมเป็น ๘ รูป  สามเณรรูปหนึ่งในสามคือ
สามเณรกลิ่น ศรนรินทร์ (ภายหลังคือพระเทพมุนี
เจ้าอาวาสวัดโคกสมานคุณ พระอารามหลวง)
 พระครูสมานคุณารักษ์ เจ้าอาวาสวัดต่อจากพระอุปัชฌาย์ปาน
ได้สร้างอุโบสถหลังแรกในความอุปภัมภ์ของพระเสน่หามนตรี
และคุณนายเกษร สุคนธหงส์ (เสน่หามนตรี) 
ได้ทำการผูกพัธสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ 
และได้เปลี่ยนชื่อจากวัดโคกเสม็ดชุน เป็นวัดโคกสมานคุณ  
ต่อมาในปีพ.ศ.๒๕๑๖ อุโบสถหลังเก่าได้ชำรุดต้องรื้อหลังคาออกหมด
และได้สร้างและเปลี่ยนแปลงแบบหลังคาใหม่ตามแบบของกรมศิลปากร 
จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๑๘

ขณะนี้ ทางวัดได้ดำเนินการรื้อถอนศาลาการเปรียญหลังเดิมออก

และกำลังระดมทุนอุดหนุนเพื่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่

ท่านผู้มีจิตศรัทธา สามารถสั่งสมบุญได้โดยสมทบทุนก่อสร้าง
ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี พระครูสมานคุณารักษ์
บัญชี ประเภทออมทรัพย์
ธนาคารกรุงไทย สาขาหาดใหญ่
เลขที่บัญชี ๙๐๒-๐-๑๕๑๖๐-๖



Welcome to Hatyai.
March 11, 2008, 7:07 pm
Filed under: Uncategorized, มาเที่ยวกันเถอะ | Tags: ,

welcome

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เมืองท่องเที่ยวแห่งภาคใต้

นครหาดใหญ่

water fall